วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ใจหนึ่ง






หนึ่งใจคือใจหนึ่ง

หวังพึ่งพาประสารัก

เวลานำพาชัก

ให้ใจขวักไขว่ในมายา




วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

สวลี ผกาพันธ์.....กฎแห่งกรรม





เพราะเธอวางไม่ลง จึงไม่ว่าง

เสาะหาทางย่างก้าว ที่ร้าวรก


เพราะมายาลุ่มหลง ปลงไม่ตก


จึงเวียนวกวนว่าย สายธารกรรม.












วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

ต้องการอะไร



ต้องการอะไรใยไม่บอก
มันเจ็บยอกข้างในใจสลาย
เมื่อคนดีพี่น้องต้องล้มตาย
มันโหดร้ายยิ่งกว่า..นรกเยือน

โศกนาฏกรรมระยำชัด
มันแว้งกัดไม่ปล่อยซ้ำรอยเฉือน

ตายทุกวันนิทานการลบเลือน
 สิ่งย้ำเตือนคืออะไร...ใยไม่รู้


คนบริสุทธิ์ล้มลงที่ตรงหน้า
ศาสนาสอนบทสวดมนต์หมู่
ท่ามน้ำเสียงน้ำตาที่พร่าพรู
น่าอดสูเหลือทน...คน-ชีวิต.


งาม...



งามก็บอกว่างามตามรู้สึก
จิตสำนึกเป็นจริงสิ่งมองเห็
ความงามถ้าไม่งามตามที่เป็น
เพราะจิตเร้นเห็นว่า..มันไม่งาม

ลมหวน




เมื่อลมเหนือหวลมาตอนฟ้าค่ำ

ยินลำนำค่ำคืนสะอื้นหวล


ใจเอยอยู่ไหนในคืนครวญ


สุดเศร้าจวนสลาย..กลางสายลม





เจ็บลึกลึกนึกรู้สึก

ยิ่งลมดึกพัดหวลห่ม


ลมหนาวร้าวอารมณ์



ใจดิ่งจมกับลมคำ










วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

เปลือก





มองภายนอกมาดมั่นชวนขวัญหาย

มองเพียงกายโดดเ่ด่นเช่นเป็นอยู่


แต่สมองกลับกลวง.ลวงคนดู


ว่าที่หรูนั่นคือเปลือก..ที่เลือกมา..






วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

...?...


สะทก สะท้าน สะอื้น
เมื่อแผ่นผืน ดินนี้ ปรี่ด้วยน้ำ
เดือดร้อนกัน ทั่วประเทศ ทุกเขตคาม

นั่นรัฐบาล ตามใคร ..ไปเขมร

เที่ยวขี่ม้า เลียบค่าย ทำไมเล่า
อัญเชิญเขา เข้ามา อย่าทำเร้น
คารวาน ต้อนรับ จับประเด็น
ทำตัวเช่น เป็นอยู่ ดูชอบกล


คนเขารู้ เข้าใจ ใครนายก
ทำตลก แถวชายแดน แสนสับสน
เชิญกลับเข้า มานั่ง บัลลังก์ตน
อย่าเล่นกล เช่นนี้ ไม่ดีเลย


กลับมาช่วย คนกล้า กาเบอร์หนึ่ง
ให้ซาบซึ้ง ถึงก้นบึ้ง อย่าพึงเฉย
เขานั่งรอ คนช่วย หวังรวยเลย
พี่น้องเอ๋ย ที่ช่วยนั้น คนชั้นไหน


ลดภาษี รถยนต์ คนเห็นเห็น
ดีใจจน เนื้อเต้น ได้รถใหม่
เต็มถนน รนแคม แถมกันไป
ขับอย่างไร รถติด (ค่อย) คิดอีกที


ทำเข้าไป ทุนนิยม สมคุณค่า
ให้ประชา ถึงพร้อม การย้อมสี
หลงอยู่กับ วัตถุ ลุโลกีย์
เปลี่ยนวิถี งดงาม ตามนายทุน