วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้าที่ของดอกไม้




ดอกไม้ทำ หน้าที่ ของดอกไม้
กลิ่นกระจาย ขยายกลีบ ปีบเกสร
สีและรส ยวนเย้า เหล่าภมร
เมื่อกลีบคลอน ร่อนร่วง เกินทวงคืน

แล้วคนเรา ทำหน้าที่ ดีแล้วหรือ
ยังยึดถือ ตัวตน ทนสะอื้น
ปล่อยเวลา ทำร้าย ให้กล้ำกลืน
เลิกขมขื่น ยืนขึ้นซับ รับชะตา....




ข้างขึ้นเดือนหงาย




ข้างขึ้นเดือนหงาย ณ ชายฟ้า
ดวงจันทรายิ้มรับประทับขวัญ
แสงนวลใยไม่อาจแข่งแสงตะวัน
พร้อมแบ่งปันชาวหล้าท่ามราตรี

การเวกหน้าบ้านประสานกลิ่น
หอมประิทินกลิ่นนมแมวแก้วกอนี้
เจ้าส่งกลิ่น หอมหวานก่อนพล่านพลี
วันพรุ่งนี้กลีบคงร่วง...จากพวง​เดิม

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กราบแผ่นดิน


ก้มลงกราบแผ่นดินถิ่นสยาม

สังคมทรามซึมซับเกินกลับหัน

ก้มลงกราบทดท้อเพื่อรอวัน

รอสวรรค์ มีตา..จะช้าไป



หลอมมุมมอง..เข้าผนวกแนบผนึก (บูลมูน  พระจันทร์สีน้ำเงิน)

ตกผลึก จิตวิญญาณ หยาบ-กร้าน-ไหม้

เคลื่อนขยับขับโศลกโลกจัญไร

ณ.ประเทศ อธิปไตย..ติดใต้ตม



ความจริงคือความจริง



ความจริงคือความจริงสิ่งที่​เห็น

ใจอาจเร้นปิดบังสั่งว่าไม่

ความจริงที่ปรากกฎจึงหมดไป

เพราะว่าใจ สั่งใจ...ว่าไม่จริง...

ฝนล้างใจ



ฝนรินหลั่งดุจสั่งฟ้า

เจือน้ำตาที่บ่าไหล
ไม่เจือจางแต่อย่างไร
ยังคงไหลย้อนไนทรวง



หยาดน้ำฝนใช่จะล้าง
ความอ้างว้างไม่ละล่วง
มันติดเร้นเป็นด่างดวง
รอยบาดบ่วง..เป็นดวงลึก...

ล้างใจ


                                                ขอบคุณภาพจากเนต

เก็บไว้ใย ความช้ำ ปล่อยร่ำไห้

เก็บเอาไว้ ใจเฉา เหงาไปเรื่อย

เก็บซากเศษ ความเศร้า ใจเปล่าเปลือย

ทนเหน็ดเหนื่อย อยู่ใย ให้ใจครวญ


น้ำฝนมา ล้างฟ้า ให้สะอาด

น้ำตาหยาด ล้างใจ ไม่สงวน

ล้างกี่ครั้ง กี่กัป กับใจรวน

ล้างให้หลุด โซ่ตรวน พันธนา


เมื่อถึงวัน ว่านั้น ขวัญปลดโปร่ง

อาจเชื่อมโยง เจนจบ ทุกภพหล้า

หลุดพ้นจาก ถูก-ผิด จิตวิญญาณ์

เห็นน้ำตา แค่น้ำใส ที่ไหลริน...





วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

หน้ากาก



 
หน้ากากที่ฉาบสวย
คงทำด้วยวัตถุหนา
อายไล้เนอร์ที่ขอบตา
คงสั่งมาจากนอกเมือง

...ปากแดงที่แต้มแต่ง
คงจะแพงจึงปราดเปรื่อง
จำนรรจา (แทน) ไม่แค้นเคือง
ได้ทุกเรื่องของเมืองไทย

บลัชออนบนแก้มน้อง
นวลเป็นยองงามผ่องใส
สวยเช่นนี้สีหัวใจ
เป็นอย่างไร...จึงใคร่รู้